มา…จะกล่าวบทนำ

10 04 2008

อยากเป็นนักเขียน

นักเขียนสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องมีกระดาษ ไม่จำเป็นต้องมีปากกา

แค่มีจอเหลี่ยมๆอยู่ตรงหน้าก็สามารถเขียนได้แล้ว

ถึงแม้ว่ากิริยาอาการที่เราแสดงจะไม่ใช่การเขียนก็ตาม แต่เราก็ยังเรียกสิ่งที่เราคิดและสื่อออกมาเป็นตัวหนังสือว่า งานเขียน

งานเขียน คืออะไร

คืออะไรก็ได้ที่อยากจะเขียน สื่อความเป็นตัวเรา หรืออาจจะไม่ใช่ตัวเราเลยก็ได้ เป็นเรื่อง วิชาการ สารคดี จินตนาการ เรื่องเพ้อฝัน บ้าหลุดโลก อาจจะเป็นเรื่องจริง เรื่องไม่จริง เรื่องจริงอาจเป็นเรื่องโกหก แต่เรื่องโกหกอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ย่อมเป็นไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภค ว่าจะคล้อยตามผู้เขียนมากน้อยเพียงใด

แรงบันดาลใจที่ล้นทะลัก

อยู่ๆก็เกิดลูกบ้า อยากเขียนงานให้คนอื่นอ่านดูบ้าง มันต่างอย่างไรกับการเขียนไดอารี่ที่เขียนเป็นประจำอยู่แล้ว ไดอารี่ที่เขียนให้คนอื่นอ่าน  แน่ล่ะ การปกป้องตัวเองเป็นสิ่งที่คนเขียนไดอารี่ทำเพื่อความดูดีของตัวเองและเป็นการเอาเรื่องของตัวเองมาประจานให้คนอื่นรับรู้ ภาษาที่ใช้ก็จะเป็นสำนวนของผู้เขียนที่พูดกันอยู่ทุกวัน แต่งานเขียนที่ปรากฎแค่นามปากกา เป็นเรื่องที่ผู้เขียนสรรค์สร้างให้ผู้อ่านเกิดอรรถรส ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นตัวตนของเรา ถ้าเราไม่ได้บอกว่านั่นคือเรื่องจริงอิงชีวิต งานเขียนมีข้อต่างจากไดอารี่อีกอย่าง คือการใช้ภาษา จะทำอย่างไรให้คนอ่านเข้าถึง เศร้ากินใจจนน้ำตาไหลเป็นเผาเต่า หรือหัวเราะอยู่คนเดียวท่ามกลางสาธารณะชนเมื่อได้อ่าน มันเป็นความยากและความหวังของผู้เขียนทุกคนที่ต้องการให้งานของตัวเองเป็นที่ยอมรับ มีคนจดจำและสามารถอ่านไปได้เรื่อยๆตลอดกัลปาวสาน

ก็ได้แต่หวังแค่ว่า งานเขียนของฉัน จะมีคนอ่านบ้าง อาจจะมีสาระ ไร้สาระ เรื่องจริง เรื่องจริงอิงโกหก หรือเรื่องปลิ้นปล้อนกะล่อนตอแหลไปเลยก็ได้

แล้วเราจะพบกันใหม่ในโอกาสต่อไป








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.