ที่มา หนังสือพิมพ์ ซิงจงเอี๋ยนรายวัน
วันศุกร์ที่ 21 เดือน10 ปี 1988
ผู้เขียน นามปากกา “สายฝน”
(ฉบับแปล)
ท่านเชื่อหรือไม่ มีคนพูดว่า “เด็กชายที่เกิดวันที่ 1 เดือน 1 และเด็กหญิงที่เกิดวันที่ 15 เดือน 1 (ปฏิทินจีน) เป็นเด็กที่ฉลาดกว่าเด็กทั่วๆไป”
ฉันมีหลานสาวที่ฉลาดมากคนหนึ่ง เธอเกิดวันที่ 15 เดือน 1 ปีฉลู
บ้านฉันมีพี่น้องรวม 6 คน ล้วนแต่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งนั้น น้องชายที่อายุน้อยกว่าฉัน 2 ปี เมื่อปีกลายก็จบมหาวิทยาลัยแล้ว พี่ชายคนโตยังไม่ได้แต่งงาน เพราะฉะนั้นในบ้านจึงขาดเด็กๆมาร่วมสนุก
ตั้งแต่พี่สาวคนที่ 2 เพิ่มหลานสาวคนหนึ่งให้บ้านเรา เธอไม่เฉพาะแต่เป็น “ไข่ในหิน” ของพ่อแม่ และยังเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตของบ้านเราอีกด้วย
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรารู้กันเองว่า พวกเรารักและเอ็นดูเธอเป็นอย่างดี คุณตาคุณยายรักเธอมาก จนสุดที่จะพรรณา เพราะว่าเธอเป็นหลานคนแรกของที่บ้าน
คุณตาคิดอยู่นานที่จะเลือกชื่อตั้งให้หลานสาว สุดท้ายเลยให้ชื่อว่า “หลินชิงชิง” ชื่อนี้ความหมายก็คือ เธอแซ่ “หลิน” หลิน หมายถึง ป่าไม้ (ป่าไม้เมื่อได้น้ำจะเขียวชอุ่มตลอดปี) “ชิง” หมายถึง บริสุทธิ์ผุดผ่อง ชื่อนี้เหมาะกับเป็นชื่อของเด็กผู้หญิง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป
ชิงชิงเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว แรกเกิดใหม่ๆ ก็เหมือนเด็กธรรมดา ไม่น่ารักเท่าไร แม่เธอพูดว่า “ชิงชิงไม่น่ารักเหมือนที่คิดเลย” แต่คุณยายว่า “หน้าตาแจ่มใสและสวยด้วย ไม่แน่โตขึ้นอาจจะได้เป็นนางงาม”
พี่รองมาอยู่เดือนที่บ้านแม่ ชิงชิงกลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตของบ้านเรา คนนี้อุ้มที คนนั้นกอดที แย่งไปแย่งมาน่าสนุกมาก
ครบเดือนแล้ว พี่รองต้องกลับไปทำงานที่บริษัท เธอเอาชิงชิงไปฝากเลี้ยงที่เนอรซเซอรี่ใกล้บริษัท เพื่อสะดวกในการไปเยี่ยมลูกหลังเลิกงานกับพี่เขย
วันหนึ่ง คุณตาคุณยายไปเนอรซเซอรี่เยี่ยมชิงชิง พบว่า ชิงชิงง่วงนอนมาก หลับไม่ตื่น มุมปากมีน้ำลายไหลออกมา และหูก็มีน้ำหนวกไหลออกมา ฉันรู้เข้าใจนึกสงสารหลาน จึงรีบบอกพี่รองให้พาชิงชิงกลับไปอยู่บ้านตายาย คุณตาคุณยายยินดีรับเลี้ยงหลานสาว
นี่เหมือนเป็นการหาห่วงผูกมัดตัวเอง เด็กคนอื่นกินอิ่มแล้วก็นอนหลับ แต่ชิงชิงไม่ใช่เช่นนั้น ลืมตาโตทั้งวัน ไม่ยอมหลับ ต่อมาจึงรู้ว่าเมื่อครั้งอยู่เนอรซเซอรี่ทุกๆวันเขาจะให้กินยานอนหลับ ทำให้ง่วงซึมตลอดเวลา
หลังจากนั้นยังไม่ครบปี ชิงชิงหัดเดินได้แล้ว และเธอก็สามารถเรียกหม่าม๊าและป่าป๊าได้
ต่อมาเธอเรียกอาม่า อี๊ ได้ มีแต่เรียกอากงไม่เป็น คำว่า กง ออกเสียงเป็น “คึๆๆ….” ทำให้ทุกคนหัวเราะกันใหญ่
ความจำของเธอดีมาก อายุเพียง 2 ปี ก็สามารถจำตราของห้างสรรพสินค้าทั่วกรุงเทพได้ ไม่ว่าตรารูปใหญ่หรือเล็ก พอผ่านตาเธอ เธอก็สามารถบอกได้ว่าเป็นห้างใด
มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่สาวคนโตซื้อทอฟฟี่กล่องหนึ่งมาให้เธอ พอเธอรับผ่านมือมาก็พูดว่า “นี่ซื้อมาจากห้างเซ็นทรัล” พวกเราก็รู้สึกแปลกใจมาก และถามว่าทำไมถึงรู้ เธอชี้ที่เครื่องหมายเล็กๆของห้างและพูดว่า “นี่ไม่ใช่หรือ”
คุณตาอยากสอนเธอให้รู้จักภาษาจีน จึงไปซื้อหนังสือจีนที่ร้านขายหนังสือที่ร้านขายหนังสือหน่ำมุ้ย คิดจะไปซื้อแผ่นการ์ดที่มีรูปปละตัวหนังสือ แต่ไม่มีขาย จึงซื้อเป็นภาษาอังกฤษแทน
ตุณตาสอนชองชองเพียง 2-3ครั้ง เธอก็สามารถจำพยัญชนะอังกฤษทั้ง 26 ตัวได้ และทุกตัวก็สามารถอธิบายได้ ความจำของเธอดีมากทีเดียว
เช่น a-apple, b-baby, c-cock, d-dog…เธอจำไม่ผิดเลย ท่านคิดว่า เด็กที่ยังไม่เคยเข้าเรียนชั้นอนุบาล และมีอายุเพียง 2ขวบกว่า ก็ยังมีความจำมากเช่นนี้ นี่ไม่ใช่เด็กที่ฉลาดมากหรือ
ยังมีอีก ท่านอย่าดูว่าเธออายุยังน้อย แต่เธอก็ยังรู้จักร้องว่า “เงียบเหงาเอ๋ย ฉันต้องการมีเพื่อน”
เพื่อนที่ดีของเธอคือเด็กข้างๆบ้านชื่อ “มิมิ” มิมิอายุโตกว่าชิงชิง 3 ปี ถ้าหากวันใดเธอทั้งสองไม่ได้พบกันก็จะถามหาจากผู้ใหญ่
จุดอ่อนของชิงชิงคือกลัวคนแปลกหน้า ถึงแม้ว่าเธอชอบคบเพื่อน แต่ไม่ยอมเข้าอนุบาล
พูดถึงมิมิ เธอคือเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล2แล้ว
เมื่อเธอทั้งสองอยู่ด้วยกัน สิ่งที่เล่นก็คือ จะเล่นกันแบบเกินอายุ เช่น “ฉันเป็นแม่” “ฉันเป็นลูก” “แม่รักฉันไหม” “ลูก…ไม่ต้องกลัวๆ”ฯลฯ
ชิงชิงปีนี้อายุสามขงบแล้ว เธอทั้งฉลาดและความจำดีมาก แต่เมื่อเติบโตแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีใครทราบ
คงไม่ใช่เหมือนคำพูดของจีนที่ว่า “เมื่อเด็กๆฉลาด แต่โตขึ้นแล้วไม่เป็นเช่นนั้น”
รักและอาลัย อากงของฉัน ผู้แต่งเรื่องนี้
12-11-2008
11.45 น.
วันลอยกระทง พระจันทร์เต็มดวง